DESCRIPTION

img_7898

“เฮ้ย!! ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันสักครั้งไหม” เป็นเสียงคำถามจากเพื่อนคนหนึ่งในวันที่พวกเรานัดกินข้าวครบ 3 คน โดยปกติแล้วพวกเราไม่ค่อยเดินทางไปเที่ยวด้วยกันเท่าไร คำถามที่ถามขึ้นอาจเป็นคำถามเพื่อให้มีบทสนทนาในระหว่างทานข้าวเท่านั้น แล้วก็พูดคุยว่าจะไปที่ไหน เมื่อไร ก็มีเรื่องให้คุยจนแยกย้ายกันกลับบ้าน สำหรับผมก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่คุยอยู่แล้ว เพราะแต่ละคนก็มีธุระ มีครอบครัว ที่จะต้องดูแล จึงหาเวลาเดินทางไปเที่ยวด้วยกันนั้นเป็นเรื่องยาก เอาแค่นัดทานข้าวเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงยังจะต้องนัดล่วงหน้าเป็นเดือน ถ้าจะหาเวลาเดินทางไปเที่ยวแล้วละก็…เหอะๆยากอยู่

หลังจากนั้น 2 วัน เสียง Line ดังปกติ คราวนี้มาพร้อมกับรูปภาพที่พัก ตั๋วเครื่องบินและวันเดินทางไปมาเลเซีย ของเว็บไซต์ Air Asia go จากเพื่อนคนที่ตั้งคำถาม ให้เราเลือกว่าจะพักที่ไหน แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับทั้งผมและเพื่อนอีกคน ผมเห็นแล้วว่าราคาแพ็คเกจที่มันส่งมาให้ดูไม่แพง แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ จนมันบอกว่า “รีบตัดสินใจสะ เอาชื่อภาษาอังกฤษมาด้วย กูจะจองให้ก่อนแล้วค่อยมาเคลียกัน” ผมกำลัง งง นึกในใจเอาไงดีวะ โอกาสที่เราจะไปเที่ยวด้วยกันน้อยมาก จึงให้มันจัดการ เพื่อนอีกคนไม่ต้องพูดถึง สองคนแรกว่ายังไง มันเออ ออ ห่อหมกปลากาย ด้วยอยู่แล้ว สรุปอีก 5 วันต้องออกเดินทาง ทั้งๆที่ยังไม่ได้แผน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย เอาวะ ค่อยไปตายเอาดาบหน้า

img_7905

วันแรกของการเดินทาง

พวกเรานัดเจอกันที่สนามบินดอนเมืองตอนตี 5 ไฟลท์จากดอนเมืองไปยัง สนามบิน KLIA2  กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ออกจากดอนเมืองตอน 7 โมงเช้า ถึงที่นั้นก็ประมาณ 10 โมง สิ่งแรกที่มาถึงสนามบินคือซื้อซิมการ์ดก่อน เนื่องจากระยะเวลาในการเตรียมข้อมูลท่องเที่ยวน้อยมาก จึงต้องเที่ยวไป Search ไปและอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้(พวกเราแลกเงินจากสนามบินดอนเมืองเอาไว้แล้วจากเคาเตอร์ธนาคาร คิดว่าเปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะ ไม่ทันได้สังเกต)

img_7910

เมื่อจัดแจงซื้อซิมการ์ดเรียบร้อยมุ่งหน้ามารับกระเป๋า ตรวจคนเข้าเมืองและนั่ง Airport Express เข้าไปยัง K CENTER ซึ่งราคาตั๋วไม่ถูกเลย 550 RM/คน (อยู่ที่นั้นผมคำนวณเงินไทย เป็นตัวเลขกลมๆเลย คือ คูน 10 เข้าไป) K CENTER เป็นศูนย์กลางคมนาคมในกัวลาลัมเปอร์ ใครจะเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถก็มาที่แห่งนี้ จากนั้นเรานั่ง LRT(สายสีชมพู) จาก K CENTER ไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้ ต้องลงสถานี Am pangpark ห่างจากตึก Twin Town 1 กิโลเมตร สำหรับโรงแรมในมาเลเซียจะให้เช็คอินได้ในเวลาบ่ายสามโมง ซึ่งเราก็เข้าไปอากระเป๋าฝากไว้ก่อนและเดินทางต่อไปยัง BUTA CAVE

 

ก่อนไปยัง BUTA CAVE กองทัพต้องเดินด้วยท้องเราจึงแวะทานข้าวกลางวัน เป็นอาหารมื้อแรกที่มาเหยียบมาเลเซีย ที่ Old Coffe อยู่ติดกับสถานี LRT AM PANGPARK (สำหรับร้านกาแฟ Old Coffe เป็นร้านกาแฟ ท้องถิ่นของที่นี้จะเห็นได้ทั่วไป)

img_7941

จากโรงแรมไปยัง  BUTA CAVE ก็นั่ง LRT จากสถานี Am pangpark มาลงยัง KL SENTRALซึ่งวันที่เรามานั้น ไม่รู้ว่าเป็นวันอะไร ทำให้การเดินทางโดยใช้ LRT นั้นไม่เสียเงินเลย จาก KL SENTRAL นั่ง KTM KOMUTER สายสีแดงไปลงสถานี BUTA CAVE สุดสายเลย ราคาตั๋ว 2.60 RM

BUTA CAVE เป็นวัดศาสนาฮินดูที่มีท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมไม่ขาดสาย และมีถ้ำให้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศด้านในอีกด้วย แต่พวกเราไม่ได้เข้า เนื่องจากต้องเสียค่าไกด์นำทางเข้าไป ราคาก็สูงอยู่ จึงเดินขึ้น ชมแค่ภายนอก รอบๆเท่านั้น บวกถ่ายรูปไปด้วย แล้วจึงเดินทางกลับเข้าโรงแรมไปอาบน้ำอาบท่า

img_7990

แดดร่ม ลมตกก็นัดหมายเพื่อน ออกไปตึกคู่หรือ Twin Tower จริงแล้วชื่อเต็ม คือ PETRONAS Twin Tower คนที่นี้ถ้าเรียกตึกปิโตนาสจะทำหน้า งง แต่ถ้าเรียก Twin Tower บอกทางถูกเลย จากโรงแรมที่เราพักเดินไปไม่ไกล เพียงแค่ 1 กิโลเมตร

อยู่ที่ตึกคู่แชะภาพนานสองนานเลยแหละ หลังจากตึกคู่แล้วพวกเราจะเดินทางไปยัง China Town เพื่อหาของกิน โดยนั่ง LRT ของฟรี(ของฟรีอีกแล้ว) จาก KLCC ไปลง Dang Wangi และต่อสายสีเขียว Bukit Nanas ไปลง Bukit Bin tang แต่จะบอกว่าเราลงผิดสถานี ซึ่งสถานีนี้ คือ ห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งของมาเลเซีย Pavilion kuala lumpur นั้นเอง จริงๆแล้วสามารถเดินไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ ณ เวลานั้น พวกเราทั้งหิวและเหนื่อย คงไม่เดินชมอีกเลยต้องหาของกินแถวนั้นแทน

img_8050
สำหรับวันแรกการเดินทางยังติดขัดๆ และยัง งง งง อยู่ ดีที่ไม่ต้องจ่ายค่าเดินทาง LRT ทำให้พวกเราประหยัดค่าใช่จ่ายและเริ่มคุ้นกับการเดินทาง เพราะลงผิด ลงถูก อีกทั้งรู้ว่าฟรี ลงสำรวจ เกือบทุกสถานี 5555+

วันที่สองของการเดินทาง

ฝนตกแต่เช้าเลยตอนแรกแผนว่าจะออกไปเดินสำรวจสักหน่อย รอจนกระทั่ง 10 โมง ถึงได้ออก วันนี้พวกเราจะเดินทางไปยัง Sultan Abdul Samad Building (มัสยิดจาเม็ก) โดยนั่ง LRT(สายสีชมพู) จากจุดเดิม Am pang park ไปลงสถานี MASJID JAMEK เดินออกจากสถานีมาก็เจอเลย แต่เสียดาย วันนั้น เขาปิดปรับปรุง อีกอย่างใกล้เที่ยงแล้วด้วย ทำให้เราตัดสินใจไปห้าง Pavilion เพื่อหาของกินและเดินเล่นสักพัก เสร็จแล้วก็เดินทางกลับโรงแรม ฮ่าๆ ทริปนี้ ถือว่ามาชิลเลย

img_8108

แต่ก็ยังไม่วายที่พวกเราจะต้องไป China town ให้ได้ จึงนัดกับเพื่อนอีกครั้ง จนมันบอกว่า "มึงเอาให้ชัวร์นะ ว่าจะไม่พากู หลงอีก" เมื่อพักผ่อนเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาตะเวนราตรี แต่ก่อนที่จะไป China town พวกเราได้แผนสำหรับการเดินทางวันรุ่งขึ้นเอาไว้ ว่าจะไป เกนติ้ง ไฮแลนด์ (Genting highlands) จึงต้องนั่ง LRT ไปลง KL SENTRAL  เพื่อมาจองตั๋วรสบัสสำหรับเดินทางวันพรุ่งนี้ (แนะนำให้ซื้อตั๋วรถบัส+กระเช้า เอาไว้เลย)

เมื่อซื้อเสร็จเรียบร้อย เราไล่ถามเลยว่าไป China town  ลงสถานีไหนใกล้ที่สุดจนได้คำตอบ ในตอนนั้นก็เจอฝรั่งอเมริกาผิวดำร่วมเดินทางไปด้วย จาก KL SENTRAL ให้นั่งสายสีชมพูสีเดิม(LRT) ลงสถานี Pasar Seni (ย้อนไปย้อนมาเนอะ) พอออกจาก LRT ให้เดินเข้าไปในซอยแล้วเลี้ยวซ้ายก็ถึงเลย

img_8149

สำหรับผม China town  ที่นี้ธรรมดามาก ไม่มีอะไรโดดเด่นหรือโดนใจ เพราะเหมือนเดินสำเพ็งบ้านเราเลย หลังจาก China town  แล้วเรามาเดินซื้อช็อคโกแลตที่ CENTRAL MARKET ซึ่งออกจากตลาด China town  มาก็เจอเลย จะอยู่ฝั่งเดียวกับสถานี Pasar Seni จากนั้นก็กลับเข้าโรงแรมพักผ่อน

วันที่สามของการเดินทาง

พวกเรามาขึ้นรถบัสชั้นล่างของ KL SENTRAL  ซึ่งเป็นรถบัส GO GENTING ที่จองตั๋วเอาไว้เมื่อวาน เราได้รอบ 11.30 จึงไม่ต้องรีบตื่น แต่ก็ต้องมาขึ้นรถก่อน 10-15 นาที และใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีก็ถึง เมื่อลงจากรถบัสแล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 3 อ่อ ตั๋วที่เราจองนั้นเป็นตั๋วรถบัสและตั๋วขึ้นกระเช้า พร้อมแล้วก็ไปต่อแถวเลย วันนั้นตรงกับวันหยุดคนเยอะมาก ต่อแถวนานครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้น

ระยะทางความยาวของกระเช้าน่าจะประมาณ 3-4 กิโลเมตร นั่งชมความสวยงามพร้อมอากาศเย็นได้อย่างสบายใจถือว่าคุ้มมากกับราคาแค่ 6 RM เมื่อมาถึง Highlands Hotel ก็เดินสำรวจและเข้าไปใน Casino ซึ่งถ้าจะเข้าไปนั้นจะต้องเอากระเป๋า กล้องถ่ายรูป ไปเก็บในล็อคเกอร์เสียก่อน เราเดินถามทางอยู่นานสองนานกว่าจะเจอล็อคเกอร์ (แนะนำให้ถามจากพนักงานโรงแรมดีที่สุด)

img_8320

น่าเสียดายที่ภายใน Casino เข้าห้ามถ่ายภาพ จริงๆก็อยากแอบถ่ายนะ แต่บอกตรงๆเลยว่า "กลัว" เดียวโดนจับไม่ได้กลับประเทศกันพอดี แต่ในส่วนของโรงแรม ร้านค้าข้างใน ถ่ายรูปได้ตามปกติ เพียงแต่เราไม่ได้ถ่ายมา หลังจากนั้นถ้าจะกลับให้เดินมาที่จุดกระเช้าจอดตอนขึ้น เพื่อซื้อตั๋วขาลง เมื่อลงจากกระเช้าแล้ว จะผ่านร้านของทีระลึก ให้มาที่ชั้นสอง ไปเคาเตอร์  GO GENTING เพื่อซื้อตั๋วรถบัสขากลับ ถ้าใครรู้เวลากลับที่แน่นอนก็จองตั๋ว ขาไป-ขากลับ จาก KL SENTRAL  ไว้เลยก็ได้ แต่เราซื้อแค่ขามา ขากลับไม่ค่อยมีรถไป KL SENTRAL  มีแค่ไปจอดที่ LRT GOMBAK ซึ่งโชคดีมาก เป็นเส้นทางที่เราต้องใช้กลับโรงแรมอยู่แล้ว และที่สถานี GOMBAK ก็สามารถนั่งรถจากที่นี้ขึ้น เกนติ้ง ไฮแลนด์ (Genting highlands) ได้ด้วยเช่นกัน อ่อ รถบัสหมด 2 ทุ่มนะ แต่ต้องดูด้วยว่าเต็มหรือยัง ใครจะไปแบบไม่ค้างก็วางแผนให้ดี

img_8126

วันที่สี่ของการเดินทาง

วันสุดท้ายสำหรับวันนี้ไม่มีทริปไปไหน จริงๆแล้วก็แผนไว้นะว่าจะไป Putrajaya & Cyberjaya แต่โหวตกันแล้ว จะไปเดินหาซื้อของฝากแถว Pavilion วันนี้ทั้งวันก็เดินห้าง รอจนได้เวลาเดินทางกลับ

สำหรับค่าใช่จ่ายของทริปนี้ บอกตรงๆไม่ได้จดไว้เลย แต่ค่ากินก็ตกมื้อละ 10 RM ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับร้าน ส่วนค่าเดินทางเริ่มต้น 1 RM แต่ขอบบอกอย่าเรียกรถแท็กซี่ใช้เพราะโกงราคาแน่นอน แนะนำ Uber ดีกว่า แต่อย่าไปจอดรับ-ส่งใกล้ๆแท็กซี่ละ เดียวเป็นเรื่อง

ค่าตั๋วเครื่องบิน + ค่าที่พัก 3 คืน = 6090/คน บาท

เงินที่แลกไป 5000/บาท เหลือประมาณคนละ 1000-1200 บาท



SUMMARY

Likes:   
Views:   3663
Client:    1000content