ทำไมราคา รับเขียนบทความ SEO ถึงแพงกว่า

การเขียนบทความออนไลน์มีความสำคัญต่อภาคธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยต่อยอดให้ผู้ประกอบการสามารถเรียกยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของตนเองได้และเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่ดี แม้บางเว็บไซต์จะออกแบบให้หน้าตาสวยงามแค่ไหน ถ้าขาดบทความดี ๆ มาจูงใจก็ยากที่จะเรียกเรตติ้งให้เว็บไซต์นั้น ๆ ขึ้นมาอยู่เป็นอันดับต้น ๆ ในการค้นหาบน search engine ต่าง ๆ แต่ก็ใช่ว่าผู้ให้บริการ รับเขียนบทความ ทุกราย จะสามารถเขียนงานออกมาได้โดนใจกูเกิ้ลและถูกใจผู้อ่านได้ จึงทำให้บทความ seo มีอัตราค่าบริการ รับเขียนบทความราคา สูงกว่าบทความทั่ว ๆ ไป อย่างไรก็ดี เพื่อให้บทความ seo สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนสื่อการขายออนไลน์ต่าง ๆ คุณสมบัติเด่นที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ประกอบการควรตรวจทานในเนื้อหามีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • บทบาทของคีย์เวิร์ดหลักและรอง: ผู้ว่าจ้างงานควรกำหนดคีย์เวิร์ดหลักและคีย์เวิร์ดรองให้กับผู้ให้บริการ รับเขียนบทความ เพื่อนำไปใส่ในเนื้อหาและชื่อบทความ โดยอาจจะเลือกจากคำที่กลุ่มลูกค้าน่าจะใช้ในการค้นหามากที่สุด เช่น เสื้อผ้าทำงาน, เสื้อผ้าทำงานผู้หญิง และ ชุดทำงานผู้หญิง เป็นต้น หลังจากนั้น ผู้เขียนก็จะนำคีย์เวิร์ดเหล่านี้ ไปใช้สื่อสารเป็นสำนวนที่สละสลวย ได้ใจความและมีความกลมกลืนไปกับเนื้อหา ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป จำนวนคำของคีย์เวิร์ดหลักและรองไม่ควรเกิน 4% ของเนื้อหา และในช่วงเกริ่นนำแรกของบทความควรมีทั้งคีย์เวิร์ดหลักและรองรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ผู้ให้บริการ รับเขียนบทความราคาถูก ใจ คุณภาพดี ๆ มักจะเน้นคำตัวหนา, ตัวเอียง, ทำไฮไลท์สี หรือ ขีดเส้นใต้ คำที่เป็นคีย์เวิร์ดไว้ให้ผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะได้ดูและเช็คง่ายขึ้นว่าคีย์เวิร์ดกระจายอยู่ที่ส่วนไหนของบทความบ้าง
  • เนื้อหาต้องผ่านการตรวจสอบและได้ผลเท่ากับ Unique 100% เท่านั้น: เนื้อหาบทความออนไลน์อาจมีความใกล้เคียงกันบ้าง แต่ต้องไม่เหมือนกันแบบ copy มาแปะกันเลยทีเดียว ดังนั้นผู้ว่าจ้างงานเขียนบทความ จึงจำเป็นต้องสังเกตด้วยว่าผลงานของผู้ให้บริการได้ผ่านการตรวจสอบเนื้อหาและได้ผลคะแนนเท่ากับ Unique Content 100% หรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งรูปแบบของบทความที่เป็นภาษาไทย และรูปแบบของการให้บริการ รับเขียนบทความภาษาอังกฤษ หากความยาวของบทความนั้น ๆ ไม่เกินกว่า 2000 คำ ซึ่งส่วนใหญ่ บทความภาษาไทยจะนิยมเขียนเนื้อหาที่ความยาวตั้งแต่ 300, 500, 1000 และ 1500 คำ ในขณะที่บทความภาษาอังกฤษจะเขียนกันที่ความยาวประมาณ 300 – 500 คำ
  • ความถี่ไม่น้อยกว่าวันละ 1 บทความ: ที่สำคัญ ผู้ประกอบการควรปรับเพิ่มเนื้อหาหน้าเว็บไซต์ด้วยบทความใหม่ ๆ อย่างน้อยวันละ 1 บทความเสมอ เพื่อให้หน้าเว็บมีการอัพเดทตลอดเวลา อีกทั้ง หากสามารถใส่เพิ่มรูปภาพลงไปในบทความออนไลน์ seo ได้ ก็จะเป็นการสร้างสีสันให้กับเนื้อหามากขึ้น และแน่นอนว่าสามารถดึงความสนใจของผู้อ่านได้ง่ายกว่าบทความทั่วไปอีกด้วย



Comments are closed.

LEAVE A REPLY